ข้อควรรู้ก่อนอบสมุนไพร
What to Know Before Herbal Steam
ข้อควรรู้ก่อนอบสมุนไพร
เป็นหนึ่งในหัตถการสำหรับการดูแลสุขภาพของแพทย์แผนไทยที่สืบทอดองค์ความรู้กันมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ ในทางแพทย์แผนไทย การอบสมุนไพรถือเป็นหนึ่งในหัตถการสำคัญ ควบคู่กับการนวด การประคบ และการใช้ยาสมุนไพร โดยอาศัยการใช้ความร้อนและตัวยาจากสมุนไพรเป็นหลักในการบำบัด ฟื้นฟู และส่งเสริมสุขภาพ
ปัจจุบัน หัตถการอบสมุนไพรได้รับการพัฒนาและถูกนำมาใช้ในสถานพยาบาลแพทย์แผนไทย หน่วยบริการสาธารณสุข รวมถึงธุรกิจสุขภาพและสปาอย่างแพร่หลาย ส่งผลให้หัตถการดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อการส่งเสริมสุขภาพ และสะท้อนถึงศักยภาพของภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
หลายคนที่มีอาการปวดเมื่อยทั้งตัวอาจมองหาวิธีดูแลตนเองเพื่อความผ่อนคลาย โดยหนึ่งในแนวทางตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยคือ “การอบสมุนไพร” ซึ่งใช้ความร้อนจากไอน้ำร่วมกับสมุนไพรหลากชนิด เช่น ไพล ขมิ้นชัน ตะไคร้ มะกรูด และอื่น ๆ ทั้งนี้ สูตรสมุนไพรอาจพิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับหัตถการอบสมุนไพร ทั้งในด้านประโยชน์ ข้อควรระวัง และข้อห้าม เพื่อให้สามารถรับบริการได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
ประโยชน์ของการอบสมุนไพร
ฟื้นฟูร่างกายหลังคลอด
ขับน้ำคาวปลา
บรรเทาอาการปวดเมื่อย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
ขับเหงื่อและของเสีย
กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
ช่วยทำให้ระบบการหายใจดีขึ้น บรรเทาอาการหวัด คัดจมูก
ข้อควรระวัง
ความดันต่ำกว่า 90/60 หรือสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท มีความเสี่ยงต่อการเป็นลมหมดสติ (อาจให้อบได้ตามดุลยพินิจของแพทย์ แต่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด)
ไม่ควรอบนานเกิน 30 นาที เพราะอาจส่งผลให้อ่อนเพลียและเป็นลมได้
ขณะอบหากมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ควรหยุดทันที
ข้อห้าม
มีไข้สูง เกิน 38.5 องศาเซลเซียส
โรคติดต่อทุกชนิด เช่น วัณโรค
มีโรคประจำตัว เช่น โรคลมชัก โรคหอบหืดระยะรุนแรง โรคไตชนิดรุนแรง โรคหัวใจ มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย
สตรีมีประจำเดือน หรือตั้งครรภ์
มีบาดแผลเปิด มีการอักเสบของบาดแผล หรือโรคติดเชื้อทางผิวหนัง
อ่อนเพลีย อดนอน อดอาหาร หรือหลังรับประทานอาหารใหม่ ๆ
ปวดศีรษะชนิดวิงเวียนศีรษะและคลื่นไส้
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ที่มีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หรือคลื่นไส้ อาเจียน
ผู้ที่แพ้สมุนไพร หรือแพ้ความร้อน
(เมื่อสิ้นสุดการอบไอน้ำแล้วให้ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำเกลือแร่ เพื่อทดแทนการสูญเสียเหงื่อ)
ผู้ที่สนใจอบสมุนไพร สามารถเข้ารับคำปรึกษาเพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนรับบริการได้ที่คลินิก Gwellness clinic
เรียบเรียงข้อมูลโดย พท.ป.นวรัตน์ ธนะไพศาลกีรติ
เอกสารอ้างอิง
พิมพ์วิภา แพรกหา โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. (31 สิงหาคม 2560). การอบสมุนไพร((ดี))อย่างไร??. คณะการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. https://www.ttmed.psu.ac.th/th/blog/212
สถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. (8 ธันวาคม 2565). การอบไอน้ำสมุนไพร. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1528




