ข้อควรรู้ก่อนอบสมุนไพร


10/04/2026
10/04/2026 12:00 PM

What to Know Before Herbal Steam 

ข้อควรรู้ก่อนอบสมุนไพร


หัตถการอบสมุนไพร 

เป็นหนึ่งในหัตถการสำหรับการดูแลสุขภาพของแพทย์แผนไทยที่สืบทอดองค์ความรู้กันมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ ในทางแพทย์แผนไทย การอบสมุนไพรถือเป็นหนึ่งในหัตถการสำคัญ ควบคู่กับการนวด การประคบ และการใช้ยาสมุนไพร โดยอาศัยการใช้ความร้อนและตัวยาจากสมุนไพรเป็นหลักในการบำบัด ฟื้นฟู และส่งเสริมสุขภาพ

ปัจจุบัน หัตถการอบสมุนไพรได้รับการพัฒนาและถูกนำมาใช้ในสถานพยาบาลแพทย์แผนไทย หน่วยบริการสาธารณสุข รวมถึงธุรกิจสุขภาพและสปาอย่างแพร่หลาย ส่งผลให้หัตถการดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อการส่งเสริมสุขภาพ และสะท้อนถึงศักยภาพของภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

หลายคนที่มีอาการปวดเมื่อยทั้งตัวอาจมองหาวิธีดูแลตนเองเพื่อความผ่อนคลาย โดยหนึ่งในแนวทางตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยคือ “การอบสมุนไพร” ซึ่งใช้ความร้อนจากไอน้ำร่วมกับสมุนไพรหลากชนิด เช่น ไพล ขมิ้นชัน ตะไคร้ มะกรูด และอื่น ๆ ทั้งนี้ สูตรสมุนไพรอาจพิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับหัตถการอบสมุนไพร ทั้งในด้านประโยชน์ ข้อควรระวัง และข้อห้าม เพื่อให้สามารถรับบริการได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย 

ประโยชน์ของการอบสมุนไพร

  • ฟื้นฟูร่างกายหลังคลอด 

  • ขับน้ำคาวปลา 

  • บรรเทาอาการปวดเมื่อย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ 

  • ขับเหงื่อและของเสีย 

  • กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด 

  • ช่วยทำให้ระบบการหายใจดีขึ้น บรรเทาอาการหวัด คัดจมูก 


ข้อควรระวัง

  • ความดันต่ำกว่า 90/60 หรือสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท มีความเสี่ยงต่อการเป็นลมหมดสติ (อาจให้อบได้ตามดุลยพินิจของแพทย์ แต่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด) 

  • ไม่ควรอบนานเกิน 30 นาที เพราะอาจส่งผลให้อ่อนเพลียและเป็นลมได้ 

  • ขณะอบหากมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ควรหยุดทันที


ข้อห้าม 

  • มีไข้สูง เกิน 38.5 องศาเซลเซียส 

  • โรคติดต่อทุกชนิด เช่น วัณโรค

  • มีโรคประจำตัว เช่น โรคลมชัก โรคหอบหืดระยะรุนแรง โรคไตชนิดรุนแรง โรคหัวใจ มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย

  • สตรีมีประจำเดือน หรือตั้งครรภ์ 

  • มีบาดแผลเปิด มีการอักเสบของบาดแผล หรือโรคติดเชื้อทางผิวหนัง

  • อ่อนเพลีย อดนอน อดอาหาร หรือหลังรับประทานอาหารใหม่ ๆ 

  • ปวดศีรษะชนิดวิงเวียนศีรษะและคลื่นไส้ 

  • ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ที่มีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หรือคลื่นไส้ อาเจียน

  • ผู้ที่แพ้สมุนไพร หรือแพ้ความร้อน


(เมื่อสิ้นสุดการอบไอน้ำแล้วให้ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำเกลือแร่ เพื่อทดแทนการสูญเสียเหงื่อ)


ผู้ที่สนใจอบสมุนไพร สามารถเข้ารับคำปรึกษาเพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนรับบริการได้ที่คลินิก Gwellness clinic


เรียบเรียงข้อมูลโดย พท.ป.นวรัตน์ ธนะไพศาลกีรติ 

เอกสารอ้างอิง

พิมพ์วิภา แพรกหา โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. (31 สิงหาคม 2560). การอบสมุนไพร((ดี))อย่างไร??. คณะการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. https://www.ttmed.psu.ac.th/th/blog/212

สถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. (8 ธันวาคม 2565). การอบไอน้ำสมุนไพร. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1528

Contact us